วัดหลวงพ่อพระใส

เป็นพระพุทธรูปที่มีความสำคัญคู่เมืองซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย หรือเรียกกันว่าหลวงพ่อพระใสซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิราบปางมารวิชัย และมีการหล่อทองศรีสุขซึ่งเอาง่ายๆว่าเป็นพระพุทธรูปในสมัยล้านช้าง มีตำนานที่มีการเล่าสืบต่อกันมาเรื่อยๆจากธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างซึ่งเป็นผู้ที่มีการสร้างมีความเชื่อว่าพระธิดานั้น เป็นคนที่ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้นมาทั้ง 3 องค์และได้ตั้งขนานนามของพระพุทธรูปตามนามของตนเองเอาไว้ อย่างไรก็ตามมีรูปหล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์เหมือนเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมและพระใสที่เรียกได้ว่าน้องสุดมีขนาดลดหลั่นตามลำดับกันลงมา ซึ่งต้องบอกเลยว่าสมัยก่อนนั้น วัดหลวงพ่อพระใส นั้นไม่ได้ประดิษฐานอยู่ที่นี่แต่ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ตั้งแต่ พ.ศ 2321 สมัยกรุงธนบุรีและได้ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย 

ประวัติหลวงพ่อพระใส

อย่างที่กล่าวมาในข้างต้นว่าจริงๆแล้วเดิมทีนั้น หลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐานอยู่ที่นั่นเมืองเวียงจันทน์นั่นเองซึ่งในสมัยกรุงธนบุรีนั้น ได้มีการเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัยเมืองเวียงจันทน์อีก แต่แล้วมาถึงสมเด็จพระบรมราชวังมหาศักดิพลเสพย์ จึงได้มีการอัญเชิญหลวงพ่อพระใสให้มาประดิษฐานเหมือนเป็นการเรียกขวัญกำลังใจ ซึ่งในขั้นตอนวิธีการนำมายังฝั่งเรานั้นได้มีการลอยมาบนแพไม้ไผ่ และใช้วิธีการผูกเพื่อให้มีความมั่นคง แต่ก็เกิดความอัศจรรย์ขึ้นที่ท่านของพระศุกร์นั้นได้เกิดการแตกหักจากแพ ดังนั้นจึงทำให้จมลงไปในน้ำแปลในช่วงนั้นก็มีพายุมีลมที่แรงเอามากๆ ในบริเวณนั้นเกิดขึ้นซึ่งในสมัยก่อนนั้นเขาเชื่อว่ามันเป็นความวิปริตที่เกิดขึ้น มาถ้าอย่างไรก็ตามผู้คนยังให้ความนับถือและเลื่อมใส

อย่างไรก็ตามพระใสนั้นก็เป็นเหมือนการถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัย เพื่อเสริมกำลังใจและต่อมาในรัชกาลที่ 4 นั้นต้องบอกเลยว่าได้โปรดเกล้าให้ข้าหลวงที่ชื่อเจ้าเหม็น ได้มีการเชิญพระใสไปยังกรุงเทพฯซึ่งต้องเดินทางจากหนองคายมีการอัญเชิญพระใส จากวัดหอก่องขึ้นไปประดิษฐานบนเกวียนและเดินทางพอมาถึงวัดเหมือนได้แสดงปาฏิหาริย์ จึงทำให้เกวียนนั้นมีอาการไม่ค่อยสู้ดีนักรหัสลงไปในที่สุดดังนั้นจึงก็ไม่เป็นผลสำเร็จในการอัญเชิญไปประดิษฐาน ในปัจจุบันก็ยังอยู่ที่เมืองหนองคายซึ่งยังมีสมญานามอีกว่าหลวงพ่อเกวียนหัก

วัดหลวงพ่อพระใส

และที่นี่ก็เป็นวัดที่เปิดให้ท่องเที่ยว

ซึ่งเดี๋ยวเรามาดูข้อมูลในการที่เราจะไปเจริญกว่าจะได้ไม่ผิดเวลาซึ่งโดยปกติแล้วถ้าพูดถึงเวลาทำการในแต่ละวันจันทร์ถึงอาทิตย์จะมีเวลาที่สามารถเข้าไปได้นั่นก็คือ 07:00 น ถึง 18:00 น รายการมาที่นี่ก็มีนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่มเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของครอบครัวที่มาเดินทางเที่ยววัดทำบุญกันหรือกลุ่มผู้สูงอายุกลุ่มวัยทำงานนักศึกษา ที่นี่จัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงศาสนามีความรู้ทางด้านต่างๆ ให้ศึกษามากมายเลยทีเดียวและไม่เพียงแค่นั้นก็สามารถศึกษา เกี่ยวกับศิลปะวัฒนธรรมรวมถึงประวัติศาสตร์ในสมัยก่อนได้ ซึ่งในช่วงเวลาสงกรานต์ของแต่ละปีก็ได้มีการเปิดให้กราบขอพร และสรงน้ำหลวงพ่อพระใสจังหวัดหนองคายเขาบอกเลยว่าเทศกาลนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด

ซึ่งถ้าเรามาที่นี่เราก็จะเห็นหลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยสวยงาม ซึ่งหลวงพ่อเกวียนหักเป็นสมญานามที่ได้มาตั้งแต่ในอดีต และทุกวันนี้ผู้คนต่างสักการะและเข้ามากราบไหว้ทุกวันไม่ขาดสายเนื่องจากเชื่อว่าหลวงพ่อพระใสนั้น มีความน่าเลื่อมใสได้มาทำบุญได้มาสักการะจะได้ดั่งใจหวัง ไม่ว่าจะเป็นปลอดภัยร่ำรวยเงินทองมีความสุขการเรียนการงานแคล้วคลาด แต่ถึงอย่างไรคนที่เขามีใจที่เต็มไปด้วยความหวังเชื่อได้เลยว่าเขาก็มักที่จะมากราบไหว้สักการะ เพื่อขอในสิ่งที่เขาต้องการมีการบูชาแต่จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่มันจะเจริญงอกงามในวันข้างหน้า หรือเปล่าเชื่อหรือไม่เชื่อความเชื่อของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นแต่ละคนสามารถเข้ามาพิสูจน์ความศรัทธาในตัวเองกันได้ 

สิ่งอำนวยความสะดวกครบ

การที่คุณจะเดินทางไปไหนมาไหนสักที่หนึ่งเชื่อได้เลยว่าคุณ ก็มักจะดูสิ่งต่างๆก่อนว่าไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางนั้น มันยากง่ายขนาดไหนดังนั้นการมาสักการะหลวงพ่อพระใส น้ำต้องบอกเลยว่าผู้สามารถเดินทางมาได้หลากหลายรูปแบบมากๆ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์รถยนต์รถไฟหรือแม้แต่กระทั่งรถโดยสารประจำทางค่าเข้าชมก็ไม่เสีย และมีพื้นที่จอดรถให้ถึง 100 คันห้องน้ำคนพิการก็มีระบบขยะที่มีการคัดแยกไฟฟ้าประปารวมถึงกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย และก็ยังมีเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยด้วยสัญญาณ WiFi ก็มีที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรมในรูปแบบของท้องถิ่นและอยู่ใกล้กับถนนใหญ่